680 สมาชิก
0 วันนี้
5 อาทิตย์นี้
95 เดือนนี้
ล่าสุด: Barry_tona
 
 
 

ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
Welcome, Guest
Please Login or Register.
Lost Password?
Go to bottom Post Reply

_JJ_TOPIC Re:"หลวงตาบวชมาทำไม" หนังสือธรรม ๑ ชุดที่ใคร่แนะนำ

#1797
แว่นสีฟ้า (User)
Posts: 1207
graph
Re:"หลวงตาบวชมาทำไม" หนังสือธรรม ๑ ชุดที่ใคร่แนะนำ 2011/07/25 20:09 Karma: 3  


"วินโย นาท พุทฺธสาสนสฺส อายุ วินเย ฐิเต พุทฺธสาสน์ ฐิตฺ โหติ.
พระวินัยเป็นอายุของพระพุทธศาสนา เมื่อพระวินัยยังดำรงอยู่ พระพุทธศาสนาก็ชื่อว่ายังดำรงอยู่ (สมันต ๑/๑๓)
"พระวินัยเป็นรากแก้ว มีพระสูตรเป็นกิ่งก้าน ใบ ดอก ผล มี พระอภิธรรมเป็นลำต้น" ...ให้เหล่าเวไนยสัตว์ คือ พุทธบริษัททั้ง ๔ ได้อาศัยร่มเงาและบริโภคผลเป็นระยะเวลายาวนานหลายชั่วอายุคนมาแล้ว...

คัดลอกภาพนี้มาจาก ห้องศาสนา พันทิพด็อทคอม โดย "คุณชินจัง...ชักจะชินเสียแล้ว" เมือวันที่ 25.07.2011 ขอขอพระคุณไว้ณ. ที่นี้ด้วย
หน้าสุดท้ายของหนังสือ..
"อตฺตานเมว ปฐมํ ปติรูเป นิเวสเย
อถญฺญมนุสาเสยฺย น กิลิสุเสยฺย ปณุฑิโต. (ขุ.ธ. ๒๕/๔๕)
ควรปฏิบัติตนให้ดีก่อน แล้วค่อยสอนคนอื่น บัณฑิตควรดำรงตนเองอยู่ในคุณอันสมควรก่อนจึงจะไม่หมองมัว (เพราะคำนินทา)

ถ้ามีข้อบกพร่องอันใดเกิดขึ้น "แว่นสีฟ้า" ขอขมากรรม เจ้าค่ะ/ค่ะ
จบลงที่ 114/17,541 ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกรูป/ท่าน ไว้ณ.ที่นี้ด้วย

Post edited by: แว่นสีฟ้า, at: 2011/07/25 20:29
  The administrator has disabled public write access.
#2216
แว่นสีฟ้า (User)
Posts: 1207
graph
Re:"หลวงตาบวชมาทำไม" หนังสือธรรม ๑ ชุดที่ใคร่แนะนำ 2012/02/04 19:20 Karma: 3  
ขอโทษนะคะ ที่หายหน้าไปนานร่วม6 เดือน เลยไม่ทราบกันเลยว่า "หลวงตาบวชมาทำไมและจะเจริญในสมณต่อไปได้หรือไม่" ก็ต้องอ่านต่อ เล่มที่ ๒ ตอน "หลวงตาศึกษาพระไตรปิฏก" โดย "ภิกษุรูปหนึ่ง" ....แต่ก่อนที่จะไปอ่านเล่มที่ ๓ ก็เป็นเรื่องบังเอิญได้พบเอกสารแบบ "แผ่นพับ" บนโต๊ะทำงานที่บ้านที่มัน"ยุ่งเหยิง" เต็มทีแผ่นหนึ่งซึ่งได้รับมานานแล้ว น่าจะปีที่แล้ว จาก"วัดนาป่าพง" www.watnapapong โทร. ๐๒-๕๔๙-๖๕๐๓ ก็ศึกษาและพิจารณากันเองนะคะ
วันนี้วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ จำนวนคลิ๊กอยู่ที่ ๑๑๔/๔๐๕๔๒

"วันนี้ ชาวพุทธศึกษาและปฏิบัติตามใคร?

วันนี้ชาวพุทธศึกษาและปฏิบัติตามใคร?
ชาวพุทธวันนี้ศึกษาและปฏิบัติมาทั้งพระพุทธเจ้าและพระสาวก?

๑. พระพุทธวัจนะ คือ คำพูดที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าโดยตรง
๒. คำสาวก คือ คำพูดที่ไม่เหมือนกับคำพูดที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า (จะโดยสาวกหรือใครก็ตามที่แต่งเติม อธิบายและเพิ่มขี้นใหม่)
ส่วนใหญ่แล้วก็มั่นหมายว่า ทั้งหมดคือคำสอนที่ถูกต้อง แต่หารู้ไม่ว่า คำของพระพุทธเจ้ากับสาวกต่างกัน แม้นพระองค์เองก็ตรัสแสดงความเป็นห่วงใยเรื่องนี้เอาไว้

"ความจริงที่ต้องรู้ ๙ ประการ"
(ที่บ่งบอกความสามารถของพระพุทธเจ้า, ขีดจำกัดสาวก พุทธประสงค์)

ความสามารถ ๑. พระองค์สามารถกำหนดสมาธิเมื่อจะพูดทุกถ้อยคำจึงไม่ผิดพลาด (ดูพระสูตร ๑)
๒. แต่ละคำพูดเป็นอกาลิโก คือ ถูกต้อง ตรงตามความจริงไม่จำกัดเวลา (ดูพระสูตร ๒)
๓. คำที่พูดมาทั้งหมดนั้นสอดรับไม่ขัดแย้งกัน (ดูพระสูตร ๓)
ห่วงใย ๔. ทรงบอกเหตุความอันตรธานของคำสอน เปรียบด้วยกลองศึก (ดูพระสูตร ๔)
แนะนำ ๕. ทรงกำชับให้ศึกษาปฏิบัติเฉพาะคำสอนของพระองค์เท่านั้นอย่าฟังผู้อื่น (ดูพระสูตร ๕)
ระวัง ๖. ทรงห้ามบัญญัติ เพิ่มหรือตัดทอนสิ่งที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว (ดูพระสูตร ๖)
พระสูตรเพิ่มเติม: ทรงอนุญาต "สงฆ์จงเลิกถอนสิกาบทเล็กน้อยได้ถ้าต้องการ" หลังจากพระองค์ปรินิพพานแล้ว ประเด็นคือ
ก เฉพาะด้านวินัย คือ สิกขาเล็กน้อยเพิกถอนได้แต่ไม่ได้บอกให้ "เพิ่มเติมได้"
ข ด้านธรรมะและสิกขาบทหลักมิได้อนุญาตให้เพิ่มหรือตัดทอน
อย่าหลง ๗. สำนึกเสมอว่า ตนเป็นเพียงผู้เดินตามพระองค์เท่านั้นถึงแม้ว่าจะเป็นพระอรหันต์ผู้เลิศทางปัญญาก็ตาม (ดูพระสูตร ๗)
คงคำสอน ๘. ตรัสไว้ว่า ให้ทรงจำบทพยัญชนะและคำอธิบายอย่างถูกต้องพร้อมขยันถ่ายทอดบอกสอนกันต่อ ๆ ไป (ดูพระสูตร ๘)
พร้อมป้องกัน ๙. ทรงบอกวิธีแก้ไขความผิดเพี้ยนในคำสอน (อันเกิดจากจำผิด อธิบายผิด ความลางเลือน ความบิดเบือนไปจากเดิมว่าต้องทำอย่างไร) (ดูพระสูตร ๙)

สรุป ตรัสแก่พระอานนท์ให้ใช้ธรรมที่ตรัสไว้ เป็นศาสดาแทนต่อไป (ดูพระสูตร ๑๐)...."มาร่วมเป็นหนึ่งกับเราเพื่อจะช่วยกันรักษาความถูกต้องของคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในนาม พุทธบริษัท"
  The administrator has disabled public write access.
#2217
แว่นสีฟ้า (User)
Posts: 1207
graph
Re:"หลวงตาบวชมาทำไม" หนังสือธรรม ๑ ชุดที่ใคร่แนะนำ 2012/02/04 19:50 Karma: 3  
พุทธวัจนะ (พระสูตร ๑ ) ความสามารถ

อัคคิเวสนะ! เรานั้นหรือ จำเดิมแต่เริ่มแสดงจนกระทั่งคำสุดท้ายแห่งการกล่าวเรื่องนั้น ๆ ย่อมตั้งไว้ซึ่งจิตในสมาธินิมิตมันเป็นกายภายในโดยแท้ ให้จิตดำรงอยู่ ให้จิตตั้งมั่นอยู่ กระทำให้มีความเป็นจิตเอกดังเช่นที่คนทั้งหลายเคยได้ยินว่าเรากระทำอยู่เป็นประจำ ดังนี้
(พระไตรปิฏกบาลี สยามรัฐ ๑๒/๔๖๐/๔๓๐ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์หน้า ๒๔๗)

(พระสูตร ๒) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อที่กล่าวนั้นถูกละ พวกเธออันเรานำเข้าไปแล้วด้วยธรรมนี้ อันเห็นได้ด้วยตนเองซึ่งให้ผลได้ไม่จำกัดกาล ควรเรียกให้มาชม ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน คำมีที่เรากล่าวว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมนี้อันเห็นได้ด้วยตนเอง ให้ผลได้ไม่จำกัดกาล ควรเรียกให้มาชม ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน ดังนี้ เราอาศัยข้อความนี้กล่าวแล้ว
(พระไตรปิฏกภาษาไทยฉบับสังคายนา ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ เล่มที่ ๑๒ ข้อที่ ๔๐๗ หน้าที่ ๔๕๖)

(พระสูตที่ ๓) ความสามารถ

ภิกษุทั้งหลาย ! นับตั้งแต่ราตรีที่่คถาคตได้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณจนกระทั่งถึงราตรีที่ตถาคตปรินิพพาน ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ตลอดเวลาระหว่างนั้น ตถาคตได้กล่าวสอน พร่ำสอน แสดงออกซึ่งถ้อยคำใด ถ้อยคำเหล่านั้นทั้งหมดย่อมเข้ากันได้โดยประการเดียวทั้งสิ้น ไม่แย้งกันเป็นประการอื่นเลย
(พระไตรปิฏกบาลี สยามรัฐ ๒๕/๓๒๑/๒๙๓ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ หน้าที่ ๒๘๕)

(พระสูตร ๔) ห่วงใย

ภิกษุทั้งหลาย! เรื่องนี้เคยมีมาแล้วกลองศึกของกษัตริย์พวกทสารหะ เรียกว่า อานกนี้ะ มีอยู่ เมื่อกลองอานกะนี้มีแผลแตกหรือลิ พวกกษัตริย์สารหะได้หาเนื้อไม้อื่นทำเป็นลิ่มเสริมลงในรอยแตกของกลองนั้น (ทุกคราวไป) ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเชื่อมปะเข้าหลายครั้งหลายคราวเช่นนั้นนานเข้าก็ถึงสมัยหนึ่งซึ่งเนื้อไม้เดิมของตัวกลองหมดสิ้นไป เหลืออยู่แต่เนื้อไม้ที่ทำเสริมเข้าใหม่เท่านั้น;
ภิกษุทั้งหลาย ! ฉันใดก็ฉันนั้น ในกาลยืดยาวฝ่ายอนาคต จักมีภิกษุทั้งหลาย สุตตันตะ (ตัวสูตรส่วนที่ลึกซื้ง) เหล่าใดที่ป็นคำของตถาคตเป็นข้อความลึกมีความหมายลึกซึ้งเป็นชั้นโลกุตตระ ว่าเฉพาะด้วยเรื่องสุญญตา เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่; เธอจักไม่ฟังด้วยดี จักไม่เงี่ยหูฟัง จักไม่ตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึงและจักไม่สำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียน ส่วนสุตตันตะเหล่าใดที่นักกวีแต่งขึ้นใหม่เป็นคำร้อยกรองประเภทกาพย์กลอน มีอักษรสละสลวย มีพยัญชนะอันวิจิตรเป็นเรื่องนอกแนว เป็นคำกล่าวของสาวก เมื่อมีผู้นำสูตรที่นักกวีแต่งขึ้นมาใหม่เหล่านั้นมากล่าวอยู่: เธอจักฟังด้วยดี จักเงี่ยหูฟัง จักตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึงและจักสำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียน ส่วนสุตตันตะเหล่าใดที่นักกวีแต่งขึ้นใหม่ เป็นคำร้อยกรองประเภทกาพย์กลอน มีอักษรสละสลวย มีพยัญชนะอันวิจิตรเป็นเรื่องนอกแถว เป็นคำกล่าวของสาวก เมื่อมีผู้นำสูตรที่นักกวีแต่งขึ้นมาใหม่เหล่านั้นมากล่าวอยู่: เธอจักฟังด้วยดี จักเงี่ยหูฟัง จักตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึงและจักสำคัญไปว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียน

Post edited by: แว่นสีฟ้า, at: 2012/02/06 18:42
  The administrator has disabled public write access.
#2218
แว่นสีฟ้า (User)
Posts: 1207
graph
Re:"หลวงตาบวชมาทำไม" หนังสือธรรม ๑ ชุดที่ใคร่แนะนำ 2012/02/06 19:55 Karma: 3  
(พระสูตร ๕) แนะนำ

พระภิกษุทั้งหลาย! พวกภิกษุบริษัทในกรณีนี้ สุตตันตะเหล่าใดที่่กวีแต่งขึ้นมาใหม่เป็นคำร้อยกรองประเภทกาพย์กลอน มีอกัษรสละสลวย มีพยัญชนะอันวิจิตร เป็นเรื่องนอกแนว เป็นคำกล่าวของสาวก เมื่อมีผู้นำสุตตันตะหล่านั้นมากล่าวอยู่ เธอจักไม่ฟังด้วยดี ไม่เงี่ยหูฟัง ไม่ตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่่วถึงและจักไม่สำคัญว่าเป็นสิ่งที่่ตนควรศึกษาเล่าเรียน
ภิกษุทั้งหลาย! "ส่วนสุตตันตะเหล่าใดที่่เป็นคำของตถาคต เป็นข้อความที่่ลึก มีความหมายซึ้ง เป็นชั้นโลกุตตระว่าเฉพาะด้วยเรื่องสุญญตา เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่: เธอย่อมฟังด้วยดี ย่อมเงี่ยหูฟัง ย่อมตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั้่วถึงและย่อมสำคัญว่า เป็นสิ่งที่่ตนควรศึกษาเล่าเรียน" จึงพากันเล่าเรียนไต่ถาม ทวนถามแก่กันและกันอยู่ว่า " ข้อนี้เป็นอย่างไร? มีความหมายกี่่นัย? ดังนี้ ด้วยการทำดังนี้ เธอย่อมเปิดธรรมที่่ถูกปิดไว้ได้ ธรรมที่่ยังไม่ปรากฏ เธอก็ทำให้ปรากฏได้ ความสงสัยในธรรมหลายประการที่่น่าสงสัย เธอก็บรรเทาลงได้
ภิกษุทั้งหลาย! "ภิกษุบริษัทเหล่านี้ เราเรียกว่า บริษัทที่่มีการลุล่วงไปได้ด้วยการสอบถามแก่กันและกันเอาเอง หาใช่ด้วยการชี้แจงโดยกระจ่างของบุคคลภายนอกเหล่าอื่นไม่ จัดเป็น "บริษัททีเลิศแล"
(พระไตรปิฏกบาลี สยามรัฐ ๒๐/๙๒/๒๙๒ ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หน้า ๓๕๒)

ทางแห่งนิโรธ

ภิกษุทั้งหลาย! บริาํทสองจำพวกเหล่านี้ มีอยู่ สองจำพวกเหล่าไหนเล่า? สองจำพวก คือ กุกกาจิตวินีตาปริสา (บริาษัทอาศัยความเชื่อจากบุคคลภายนอกเป็นเครื่องนำไป) โนปฏิปุจฉาวินีตา ผไม่ต้องอาศัยการสอบสวนทบทวนกันเองเป็นเครื่องนำไป) โนอุกกาจิตวินีตา (ไใ่อาศัยความเชื่อจากบุคคลภายนอกเป็นเครื่องนำไป นี้อีกอย่างหนึ่ง
ภิกษุทั้งหลาย! บริาษัทชื่อ อุกกาจิตวินีตาปริสาโนปฏิปุจฉาวินีตา เป้นอย่างไรเล่า? ภิกษุทั้งหลาย! ในกรณีนี้คือ ภิกษุทั้งหลายในบริษัทใด เมื่อสุตตันตะทั้งหลาย ตถาคตภาสิตา - อันเป็นตถาคตภาษิต คมุภีรา - อันลึกซึ้ง คมุภีรตฺถา - มีอรรถอันลึกซึ้ง โลกุตฺตรา - เป็นโลกุตตระ สุญฺญตปฏิสํยุตฺตา - ประกอบด้วยเรื่องสุญยตา อันบุคคลนำมากล่าวอยู่ ก็ไม่ฟังด้วยดี ไม่เงี่ยหูฟัง ไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึงและไม่สำคัญว่าเป็นสิ่งที่่ตนควรศึกษาเล่าเรีย
ส่วนสุตตันตะเหล่าใดที่่กวีแต่งขึ้นใหม่ เป้นคำร้อยกรองประเภทกาพย์กลอน มีอักษรสละสลวย มีพยัญชนะอันวิจิตรเป้นเรื่องนอกแนว เป้นคำกล่าวของสาวก เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่ พวกเธอย่อมฟังด้วยดี ย่อมเงี่ยหูฟัง ย่อมตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึงและย่อมสำคัญว่าเป้นสิ่งที่่ตนควนฃรศึกษาเล่าเรียน พวกเธอเล่าเรียนธรรมอันกวีแต่งใหม่นั้นแล้วก็ไม่สอบถามซึ่งกันและกัน ไม่ทำให้เปิดเผยแจ่มแจ้งออกมาว่า ข้อนี้พยัญชนะเป็นอย่างไร อรรถะ เป็นอย่างไร ดังนี้ เธอเหล่านัี้้น เปิดเผยสิ่งที่่ยังไม่เปิดเผยไม่ได้ ไม่หงายของที่่ควำ่อยูให้หงายขึ้นได้ ไม่บรรเทาความสงสัยในธรรมทั้งหลายอันเป็นที่่ตั้งแห่งความสงสีย มีอย่างต่าง ๆ ได้ ภิกษุทั้งหลาย! นี้เราเรียกว่า อุกกาจิตวินีตาปริสาโนปฏิปุจฉาวินีตา

ภิกษุทั้งหลาย! บริษัทชื่อ ปฏิปุจจฉาวินีตาปริสาโน เป็นอย่างไรเล่า ภิกษุทั้งหลาย! ในกรณีนี้ คือ ภิกษุทั้งหลายในบริษัทใด เมื่อสุตตันตะทั้งหลายที่่กวีแต่งขึ้นใหม่เป็นคำร้อยกรองประเภทกาพย์กลอน มีอักษรสละสลวย มีพยัญชนะอันวิจิตรเป็นเรื่องนอกแนว เป็นคำของสาวก อันบุคคลนำมากล่าวอยู่ก็ไม่ฟังด้วยดี ไม่เงี่ยหูฟัง ไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึงและไม่สำคัญว่าเป็นสิ่งที่่ตนควรศึกษาเล่าเรียน
ส่วนสุตตันตะหล่าใดอันเป็นตถาคตภาษิต อันลึกซึ้งมีอรรถอันลึกซึ้ง เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยเรื่องสุญญตา เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่ พวกเธอย่อมฟังด้วยดี ย่อมเงี่ยหูฟัง ย่อมเข้าไปตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่งถึงและย่อมสำคัญว่าเป็นสิ่งที่่ตนควรศึกษาเล่าเรียน พวกเธอเล่าเรียนธรรมที่่เป็นตถาคตภาษิตนั้นแล้วก็สอบถามซึ่งกันและกัน ทำให้เปิดเผยแจ่มแจ้งออกมาว่า ข้อนี้พยัญชนะเป็นอย่างไร อรรถะเป็นอย่างไร ดังนี้ เธอเหล่านั้น เปิดเผยสิ่งที่่ยังไม่เปิดเผยได้ หงายของที่่คว่าำอยู่ให้หงายขึ้นได้ บรรเทาความสงสัยในธรรมทั้งหลาย อันเป็นที่่ตั้งแห่งความสงสัย มีอย่างต่าง ๆ ได้ ภิกษุทั้งหลาย! นี้เราเรียกว่า ปฏิปุจฉาวินีตาปริสาโนอุกกาจิตวินีตา
ภิกษุทั้งหลาย! เหล่านี้แล บริษัท ๒ จำพวกนั้น ภิกษุทั้งหลาย! บริษัทที่เลิศในบรรดาบริษัททั้งสองพวกนั้น คือ บริษัทปฏิปุจฉาวินีตาปริสาโนอุกกาจิตวินีตา (บริษัทที่่อาศัยการสอบสวนทบทวนกันเอาเองเป็นเครื่องนำไป ไม่อาศัยความเชื่อจากบุคคลภายนอกเป็นเครื่องนำไป) แล
(พระไตรปิฏกบาลี สยามรัฐ ๒๐/๙๑/๒๙๒ อริยสัจจากพระโอษฐ์ หน้า ๕๐๕-๕๐๗)
  The administrator has disabled public write access.
#2220
แว่นสีฟ้า (User)
Posts: 1207
graph
Re:"หลวงตาบวชมาทำไม" หนังสือธรรม ๑ ชุดที่ใคร่แนะนำ 2012/02/09 21:17 Karma: 3  
สำหรับพระสูตรที่่ ๖ นี้ ถ้าจะให้ดีจะหันกลับไปทบทวนที่่ "หลวงตาบวชมาทำไม?" เล่มที่่ ๑ หน้า ๖ คอลัมร์ (#) ที่่๑๖๒๔ (ในเว็บฯนี้) เป็นต้นไปก็จะดีมาก ๆ เลย
ค่ะ

(พระสูตร ๖) ระวัง
อปริหานิยธรรม (ข้อ ๓)

ภิกษุทั้งหลาย ! จักไม่บรรญัติสิ่งที่่ไม่เคยบัญญัติ จักไม่เพิกถอนสิ่งที่่บัญญัติไว้แล้ว จักสมาทานศึกษาในสิกขาบทที่บัญญัติไว้แล้วย่างเคร่งครัด อยู่เพียงใด ความเจริญก็เป็นสิ่งที่่ภิกษุทั้งหลายหวังได้ ไม่มีความเสื่อมเลย อยู่เพียงนั้น
(พระไตรปิฏกบาลี สยามรัฐ ๒ภ/๒//๒๑ ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หน้า ๓๐๖)

(พระาูตร ๗) อย่าหลง

ภิกษุทั้งหลาย! ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธัได้ทำมรรคที่่ยังไม่ได้เกิดให้เกิดขึ้น ได้ทำมรรคที่่ยังไม่มีใครรู้ให้คนรู้ ได้ทำมรรคที่่ยังไม่มีใตรกล่าวให้เป็นมรรคที่่กล่าวกันแล้วตถาคตเป็นมัคคัญญู (รู้มรรค) เป็นมัคควิทู (รู้แจ้งมรรค) เป็นมรรคโกวิโท (ฉลาดในมรรค) กิกษุทั้งหลาย! ส่วนสาวกทั้งหลายในกาลนี้เป็นมัคคานุคา (ผู้เดินตามมรรค) เป็นผู้ตามมาในภายหลัง
ภิกษุทั้งหลาย! นี้แล เป็นความผิดแผกแต่ต่างกัน เป็นความมุ่งหมายที่่แตกต่างกัน เป็นเครื่องกระทำให้แต่กต่างกัน ระหว่างตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธกับภิกาษุผู้ปัญญาวิมุตต์
(พระไหตรปิฏกบาลี สยามรัฐ ๑๗/๘๑/๑๒๕ อริยสัจจากพระโอษฐ์ หน้า ๗๒๑)

(พระสูตร ๘) คงคำสอน

ภิกษุทั้งหลาย! มูลเหตุสี่่ประการเหล่านี้ย่อมทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ได้ ไม่เลอะเลือนจนเสื่อมสูญไป สี่ประการแะไรเล่า สี่่ประการคือ
(๑) ภิกษุทั้งหลาย! พวกภิกษุในธรรมวินัยนี้ เล่าเรียนสูตรอันถือกันมาถูกด้วยบทพยัญชนะที่ใช้กันถูก ความหมายแห่งบทพยัญชนะที่่ใช้กันก้ถูก ย่อมมีนัยอันถูกต้องเช่นกันนั้น ภิกษุทั้งหลาย! นี่เป็นมุลกรณีที่่หนึ่งซึ่งทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ได้ไม่เลอะเลือนเสื่อมสูญไป
(๓) ภิกษุทั้งหลาย! อีกอย่างหนึ่ง พวกภิกษุเหล่าใดเป็นพหูสูต คล่องแคล่วในหลักพระพุทธวัจนะ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา (แม่บท) พวกภิกษุเหล่านั้น เอาใจใส่บอกสอน เนื้อความแห่งสูตรทั้งหลายแก่คนอื่น ๆ เมื่อท่านเหล่านั้นล่วงลับไป สูตรทั้งหลายก็ไม่ขาดผู้เป็นมูลราก (อาจารย์) มีที่่อาศัยสืบกันไป ภิกษุทั้งหลาย! นี่่เป็นมูลกรณีที่่สามซึ่งทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ได้ ไม่เลอะเลือน จนเสื่อมสูญไป...
(พระไตรปิฏกบาลี สยามรัฐ ๒๑/๑๙๘/๑๖๐ ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หน้า ๓๕๕)

หมายเหตุ ตามเอกสารที่่ได้รับ มีเพียง ข้อ ๑ และข้อ ๓ เท่านั้น แต่ ถ้าดูในพระสูตรที่่ ๙ "พร้อมป้องกัน" จะมี ๔ ข้อ ค่ะ - แว่นสีฟ้า
  The administrator has disabled public write access.
#2221
แว่นสีฟ้า (User)
Posts: 1207
graph
Re:"หลวงตาบวชมาทำไม" หนังสือธรรม ๑ ชุดที่ใคร่แนะนำ 2012/02/11 00:13 Karma: 3  
(พระสูตร ๙) พร้อมป้องกัน

หลักใหญ่เพื่อตรวจสอบวินิจฉัยธรรมวินัย (มหาปเทส ๔) เมื่อมีผู้กล่าวอ้างในแบบต่าง ๆ ว่า "นี้เป็นพุทธวจนะ" เพื่อสอบสวนเทียบเคียงพระธรรมวินัย
(๑) (หากมี) ภิกษุในธรรมวินัยนี้กล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ "ข้าพเจ้าได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของพระศาสดา"...
(๒) (หากมี) ภิกษุในธรรมวินัยนี้กล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ "ในอาวาสชื่อโน้นมีสงฆ์อยู่พร้อมด้วยพระเถระ พร้อมด้วยปาโมกข์ ข้าพเจ้าได้สดับเฉพาะหน้าสงฆ์นั้นว่า "นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของพระศาสดา"
(๓) (หากมี) ภิกษุในธรรมวินัยนี้กล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ "ในอาวาสชื่อโน้นมีภิกษุผู้เป็นเถระอยู่จำนวนมากเป็นพหูสูต เรียนคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา ข้าพเจ้าได้สดับเฉพาะหน้าพระเถระเหล่านี้ว่า "นี่เป็น
ธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของพระศาสดา" ....
เธอทั้งหลายยังไม่พึงรับรอง "ยังไม่พึงคัดค้าน" คำกล่าวของผู้นั้น เธอพึงกำหนดเนื้อความเหล่านั้นให้ดีแล้วนำไปสอบสวนในสูตร นำไปเทียบเคียงในวินัย "ถ้าบทพยัญชนะเหล่านั้น สอบลงในสูตรก็ไม่ได้ เทียบเข้าในวินัยก็ไม่ได้พึงสันนิษฐานว่า "นี้มิใช่พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นแน่นอนและภิกษุนั้นจำมาผิด" เธอทั้งหลายพึงทิ้งคำเหล่านั้นเสีย ถ้าบทพยัญชนะเหล่านั้น สอบลงในสูตรก็ได้ เทียบเข้าในวินัยก็ได้ พึงลงสันนิษฐานว่า "นี้พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นแน่นอนและภิกษุนั้นรับมาด้วยดี" เธอทั้งหลายพึงจำมหาปเทส...นี้ไว้
(มหาปเทส ๔ พระไตรปิฏกแปลไทย มจร. ๑๔/๕๓/๔๑ มหาปรินิพพานสูตร มหา.ที ๑๐/๑๔๔/๑๑๒)

(พระสูตร ๑๐) ใช้คำสอนแทนพระองค์

อานนท์! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดาล่วงลับไปแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา ดังนี้
อานนท์! พวกเธออย่าคิดอย่างนั้น อานนท์! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้นจักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลาย โดยกาลล่วงไปแห่งเรา
(มหาปรินิพพานสูตร มหา.ที ๑๐/๑๕๙/๑๒๘)

อานนท์! ความขาดสูญแห่งกัลยานวัตรนี้ มีในยุคแห่งบุรุษใด บุรุษนั้นเชื่อว่า เป็นบุรุษคนสุดท้ายแห่งบุรุษทั้งหลาย....เราขอกล่าวย้ำกะเธอว่า...."เธอทั้งหลายอย่าเป็นบุรุษพวกสุดท้ายของเราเลย"

  The administrator has disabled public write access.
Go to top Post Reply
Powered by FireBoardget the latest posts directly to your desktop
 
 
 
Design & Maintanance by Tarapong. Mobile : 086 628 4201