|

|
นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่สมัชชาชาวพุทธแห่งชาติ ประท้วงเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยศิลปากร ระงับการจัดแสดงภาพ 'ภิกษุสันดานกา' ว่า ต้องแยกกันระหว่างการประกวดและการเผยแพร่ภาพส่วนตัวแล้ว เข้าใจว่าการที่พระสงฆ์ออกมาประท้วงเนื่องจากภาพนั้นสื่อความหมายไปในทางลบต่อวงการสงฆ์ อย่างไรก็ตามการนำภาพออกมาเผยแพร่และส่งผลกระทบกับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบก็มีสิทธิ์ร้องเรียนไม่ให้แสดงภาพนี้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยศิลปากรที่จะต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งตนก็รอฟังคำตอบอยู่เช่นกัน |
เจ้าของภาพ'ภิกษุสันดานกา'ยัน เขียนภาพจากข้อเท็จจริงทางสังคม!
ม.ศิลปากร หารือกรณีภาพ'ภิกษุสันดานกา'ถูกประท้วง ด้านเจ้าของภาพฉาวของระบุ กระแสต่อต้านเป็นเรื่องธรรมดา ยันไม่มีเจตนาลบหลู่พระพุทธศาสนา แต่วาดจากข้อเท็จจริงของสังคม หวังกระตุ้นสังคมช่วยกันปกป้องศาสนาไม่ให้เป็นเหยื่อของผู้แสวงประโยชน์ ด้านสธ.รอฟังผลของศิลปากร
จากกรณีที่กลุ่มตัวแทนสมัชชาชาวพุทธแห่งชาติทั้งพระสงฆ์และฆราวาสเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยศิลปากรระงับการจัดแสดงภาพ'ภิกษุสันดานกา'ของนายอนุพงษ์ จันทร ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการชนะเลิศการประกวดผลงานศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 53 ประจำปี 2550 ประเภทจิตรกรรม ซึ่งจะนำไปจัดแสดงในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2550 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2551 และขอให้ถอนรางวัลเหรียญทองด้วย เพราะเป็นการดูหมิ่นและเหยียดหยามพระสงฆ์ไทยนั้น
เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายญาณวิทย์ กุญแจทอง รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า วันที่ 28 กันยายน เวลา 13.00 น. จะประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาผลงานศิลปินแห่งชาติดังกล่าวกว่า 10 คน ประกอบด้วยศิลปินแห่งชาติ นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อหารือถึงความเหมาะสมในการจัดแสดงภาพภิกษุสันดานกา และการถอนรางวัลเหรียญทองของนายอนุพงษ์ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวมองว่าการถอนรางวัลเหรียญทองคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการพิจารณาตัดสินแล้ว และที่ผ่านมาไม่เคยมีการถอนรางวัลเกิดขึ้น
นายญาณวิทย์กล่าวว่า นอกจากนี้จะจัดสัมมนาเกี่ยวกับการจัดแสดงผลงานศิลปกรรมแห่งชาติที่จัดขึ้นครั้งนี้ด้วย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านงานศิลปะให้กับประชาชน นักเรียน นักศึกษา อันจะส่งผลให้สังคมเห็นคุณค่าของภาพศิลปะลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะผลงานศิลปะที่สะท้อนสังคมอย่างภาพภิกษุสันดานกา และภาพล้อเลียนสังคม รวมทั้งภาพล้อเลียนบุคคลสำคัญอีกจำนวนมากที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้น แต่กลับถูกสังคมต่อต้านว่าไม่เหมาะสม
'ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความไม่เข้าใจกันระหว่างศิลปินและกลุ่มสมัชชาชาวพุทธดังกล่าว เนื่องจากมองกันคนละมุม ดังนั้นจึงต้องพูดคุยกันให้เข้าใจทั้งสองฝ่าย ในฐานะที่ผมเป็นศิลปินคนหนึ่ง เชื่อว่าเจ้าของผลงานไม่มีเจตนาลบหลู่พระสงฆ์ไทยแต่อย่างใด เพียงแค่ต้องการทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนปัญหาสังคมในปัจจุบันเท่านั้น อย่างไรก็ตามการจัดแสดงผลงานครั้งนี้เป็นการให้เกียรติเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่งปฏิบัติกันมาทุกปี หากต้องการระงับการแสดงภาพดังกล่าวก็สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องปรึกษากันกับผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน' นายญาณวิทย์กล่าว
ด้านนายอนุพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้เป็นอาจารย์ประจำอยู่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรม สาขาวิจิตรศิลป์ หลังจากมีกระแสต่อต้านภาพดังกล่าว ถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่การนำเสนอภาพหมิ่นเหม่ทางศาสนาจะมีพุทธศาสนิกชนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่ดูหมิ่นพุทธศาสนาและพระสงฆ์ไทยแต่อย่างไร
นายอนุพงษ์กล่าวว่า ภาพที่วาดขึ้นเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ได้แนวคิดจากนิทานทางพุทธศาสนาเรื่องเปรตภูมิ โดยต้องการนำเสนอภาพดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้สังคมช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนาไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้แสวงหาประโยชน์จากพุทธศาสนา เช่นเดียวกับคนโบราณที่มักสอนลูกหลานไม่ให้พูดโกหก เพราะจะมีปากเท่ารูเข็ม หรือไม่ให้ตบตีพ่อแม่ เพราะทำให้มือโต ซึ่งเป็นกุศโลบายที่ได้รับการสั่งสอนจากผู้ปกครองมาในวัยเด็ก
'สาเหตุที่ผมนำจีวรของพระมาขึงในการเขียนภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับงานเขียนเท่านั้น ไม่ได้เหยียบย่ำผ้าจีวร แต่กลับบูชาไว้อย่างดี นอกจากนี้ภาพที่ผมวาดไม่ได้ระบุสถานที่ จึงไม่ได้เหมารวมว่าเป็นพระสงฆ์ไทย ดังนั้นผมถือว่างานที่สร้างสรรค์ออกมาเป็นการปกป้องพุทธศาสนามากกว่าทำให้ศาสนาเสื่อม เพราะต้องการปลูกจิตสำนึกที่ดีให้สังคม จึงอยากให้มองที่เจตนาของผมด้วย ซึ่งผมพร้อมจะชี้แจงทุกเรื่อง' นายอนุพงษ์กล่าว
ขณะที่นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องแยกกันระหว่างการประกวดภาพ และการเผยแพร่ เพราะไม่ใช่ว่าพระไม่เห็นด้วยกับภาพนั้นในเชิงของการวาดภาพ และการให้รางวัล แต่เข้าใจว่าออกมาประท้วงเพราะภาพนั้นสื่อความหมายไปในทางที่ทำให้เสียหายต่อวงการสงฆ์ ภาพนั้นมันเกิดผลกระทบ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบก็มีสิทธิที่จะร้องเรียน ซึ่งพระก็ออกมาร้องเรียนเพียงเพื่อไม่ให้แสดงภาพนี้เท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยศิลปากรที่จะต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งรอฟังอยู่เช่นกัน
ส่วน นายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ส่งหนังสือถึง กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และมหาวิทยาลัยศิลปากรให้พิจารณาความเหมาะสมการนำภาพดังกล่าวมาจัดแสดง แม้ว่าจะเป็นภาพศิลปะ แต่ก็ทำร้ายจิตใจผู้ที่พบเห็นที่เป็นพุทธศาสนิกชน
ข่าวจาก : มติชนออนไลน์

วันที่ 26 กันยายน 2550 |
ขุยไผ่ทำลายกอไผ่
โดย: สู้เพื่อชนะ () on 16-10-2007 19:57