
ทำเนียบฯ 20 พ.ค.- คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่าง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน เปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนแบบเดิม เป็น Smart Card และให้มีบัตรตั้งแต่แรกเกิด กระทรวงมหาดไทย ระบุจะมีเด็กได้ประโยชน์ถึง 13 ล้านคน พร้อมตัดรายละเอียดเรื่องศาสนา นิกาย ลัทธินิยม ออกจากบัตร
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (20 พ.ค.) ว่า ที่ประชุม ครม. ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับที่ พ.ศ... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยในระหว่างการพิจารณา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีแสดงความเห็นพอสมควร ส่วนใหญ่สอบถามว่ามีความจำเป็นอะไรที่ให้บุคคลสัญชาติไทยต้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนตั้งแต่แรกเกิด เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยชี้แจงว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับเพศ และวัยของประชาชน ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และจะมีเด็กที่ได้รับประโยชน์จากการมีบัตรประจำตัวประชาชนประมาณ 13 ล้านคน เพราะขณะนี้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กแรกเกิดและเยาวชนไม่ชัดเจน เมื่อแต่ละหน่วยงานทำการสำรวจทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อน ขณะที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี เสนอให้ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการทางสาธารณสุข ด้านการศึกษา ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชนด้วย
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยยังได้ชี้แจงวิธีการในการทำบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเด็กแรกเกิด ด้วยการปั๊มหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างของเด็ก และในวันรับบัตรจะปั๊มนิ้วชี้จึงจะถือว่าเป็นเจ้าของบัตรประจำตัวประชาชนอย่างเรียบร้อย นอกจากนั้น ยังได้มีการเปลี่ยนแปลงอายุของบัตรประจำตัวประชาชน จากเดิมคราวละ 6 ปี เปลี่ยนเป็น 10 ปี ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงบุคคลที่มีอายุ 70 ปีแล้ว จะต่อบัตรประจำตัวประชาชนอย่างไร เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่าบุคคลที่มีอายุ 70ปี จะทำบัตรประจำตัวประชาชนใบสุดท้ายเมื่อใดก็ตามจะมีการระบุในช่องวันหมดอายุว่าใช้ได้ตลอดชีพ
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน มีสาระสำคัญ คือ จะเป็นบัตรเอนกประสงค์ (Smart Card) และมีกำหนดให้ผู้ที่มีสัญชาติไทยทุกคน ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตั้งแต่เกิด และไม่ควรยกเว้นการมีบัตรประจำตัวประชาชนให้กับผู้ที่มีสัญชาติประเภทใดก็ตาม เว้นแต่กรณีพระบรมวงศานุวงศ์ และยังมีการแก้ไขกำหนดเวลาการยื่นขอมีบัตรประจำตัวประชาชน จาก 60 วัน เป็น 1 ปี โดยให้ผู้ปกครอง หรือผู้ที่ดูแลมีหน้าที่ ต้องยื่นขอมีบัตรประชาชนแทน ไม่ว่ากรณีใด ๆ
นอกจากนี้ ยังมีการตัดรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับศาสนา นิกาย ลัทธินิยม ออกจากบัตรประจำตัวประชาชน เนื่องจากความเชื่อทางศาสนาเป็นเรื่องความเชื่อเฉพาะบุคคล และเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐาน หากระบุเรื่องนี้ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชน อาจทำให้เกิดปัญหาต่อการปฏิบัติกับผู้ถือบัตรประจำตัวประชาชน โดยอาศัยเรื่องศาสนาเป็นข้ออ้าง .
-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-05-20 18:05:44 |
แสดงความเห็น
โดย: น้อง คนคร () on 26-07-2008 22:42