
สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร มรณภาพด้วยโรคปอด ที่ รพ.ศิริราช สิริอายุ 100 ปี ด้านศิษยานุศิษย์เตรียมเคลื่อนศพออกจาก รพ. 21 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. เปิดให้คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์สรงศพ เวลา 10.00 น.
รศ.นพ.สุรินทร์ ธนพิพัฒนศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ และกรรมการมหาเถรสมาคม มรณภาพเมื่อช่วงเช้าวันนี้ เวลา 11.05 น. สิริอายุได้ 100 ปี ด้วยโรคปอด ที่อาคาร 84 ปี หลังเข้ารับการรักษา ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2551 รวม 95 วัน ด้วยอาการสมอง ไข้ เหนื่อยหอบ และทรุดตัวลง จนมรณภาพในที่สุด ทั้งนี้ แพทย์และพยาบาลได้ให้การรักษาอย่างเต็มที่ และปฏิบัติตามประสงค์ของสมเด็จพระพุทธปาพจนบดีที่ประสงค์จะมรณภาพตามธรรมชาติให้มากที่สุด ในระหว่างที่คณะศิษยานุศิษย์จะเดินทางมารับศพในวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคมนี้ ทางโรงพยาบาลจะนำศพสมเด็จพระพุทธปาพจนบดีไปเก็บรักษาดูแลไว้ที่ตึกอดุยเดช
ส่วนบรรยากาศที่วัดมีศิษยานุศิษย์เดินทางปรึกษาหารือเรื่องการจัดพิธีศพ โดยพระครูปลัดสัมพิพัฒนวราจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กล่าวว่า ศิษยานุศิษย์ตกลงกันว่าจะจัดพิธีเคลื่อนศพสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ออกจากโรงพยาบาลศิริราช มายังวัดราชบพิธฯ ในวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.00 น. และจัดพิธีศพที่ศาลาภุชงค์ประทานวิทยาสิทธิ์ เวลา 10.00 น. จะเปิดให้คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ ร่วมสรงศพ และมีพิธีรับพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ ในเวลา 17.00 น. จากนั้นจะมีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมในพระบรมราชานุเคราะห์ 7 คืน
พระครูปลัดสัมพิพัฒนวราจารย์ กล่าวว่า สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี มีความโดดเด่นในการเป็นนักเทศน์ นักปกครองและการตัดสินวินัยทร และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม นอกจากนี้ ในปี 2499 ยังได้ร่วมเป็นคณะสงฆ์ทัฬหิกรรมในการทรงผนวชพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในปี 2521 ร่วมเป็นคณะสงฆ์ทัฬหิกรรม ในการทรงผนวชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร และก่อนมรณภาพ สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ได้ฝากงานต่าง ๆ ให้พระศาสนโสภณ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ดูแลและดำเนินการแทน
สำหรับประวัติสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี มีนามเดิม ทองเจือ สายเมือง เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2451 เข้ารับการบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2467 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ และอุปสมบท เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2472 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ วิทยฐานะ เปรียญธรรม 6 ประโยค สมณศักดิ์ เป็นสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ในปี 2532
ผลงานทางการคณะสงฆ์ เป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ กรุงเทพมหานคร เป็นประธานคณะกรรมการคณะธรรมยุต เป็นกรรมการมหามกุฎราชวิทยาลัย เป็นประธานกรรมการร่างกฎหมายมหาเถรสมาคม เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นกรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์ เป็นประธานกรรมการพิจารณายกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง เป็นกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลาง เป็นกรรมการควบคุมการเรี่ยไรของคณะสงฆ์ ด้วยอายุวัฒนมงคลกว่า 100 ปี และอายุพรรษากาลกว่า 79 พรรษา สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี พระมหาเถระรัตตัญญู ผู้รับธุระงานพระศาสนาอย่างอเนกประการ ด้วยวิริยะอุตสาหะอันมากด้วยภูมิรู้และภูมิธรรมยิ่ง ล้วนก่อประโยชน์และความเจริญแก่งานคณะสงฆ์อย่างต่อเนื่อง.
ที่มา -สำนักข่าวไทย
http://news.mcot.net/

สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร ป.ธ. ๖)
เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการมหาเถรสมาคม
ชาติภูมิ สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี มีนามเดิม ทองเจือ นามสกุล สายเมือง เกิดเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๑ ตรงกับวันอังคารขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ปีวอก ณ ปากคลองบางเขน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
เข้ารับการบรรพชา เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๗ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบท เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยมุนี (แปลก วุฑฺฒิญาโณ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระจุลคณิศร (จรัส สุตธโน) เป็นพระอนุสาวนาจารย์
วิทยฐานะ เปรียญธรรม ๖ ประโยค
สมณศักดิ์
พ.ศ.๒๔๘๑ ป.ธ.๖
พ.ศ. ๒๔๗๗ เป็นพระครูวิจิตรธรรมคุณ
พ.ศ.๒๔๘๙ เป็นพระจินดากรมุนี
พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็นพระราชาคณะชั้นราชในราชทินนามเดิม
พ.ศ.๒๔๙๘ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพในราชทินนามเดิม
พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นพระธรรมจินดาภรณ์
พ.ศ.๒๕๑๕ เป็นพระมหารัชมังคลาจารย์
พ.ศ.๒๕๑๖ เป็นพระพุทธพจนวราภรณ์
พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี
ผลงานทางการคณะสงฆ์
๑.งานปกครอง
- เป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร
- เป็นประธานคณะกรรมการคณะธรรมยุต
- เป็นกรรมการมหามกุฎราชวิทยาลัย
-เป็นประธานกรรมการร่างกฎหมายมหาเถรสมาคม
- เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
- เป็นกรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์
- เป็นประธานกรรมการพิจารณายกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง
- เป็นกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลาง
- เป็นกรรมการควบคุมการเรี่ยไรของคณะสงฆ์
๒.งานด้านการศึกษา
- เป็นกรรมการสังคีติการกสงฆ์ สังคายนาพระธรรมวินัยตรวจชำระพระไตรปิฎก ฉบับมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ
- กรรมการจัดการสอนศีลธรรม
- กรรมการสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย
๓.งานสาธารณูปการ
- เป็นองค์อุปถัมภ์และดำเนินการก่อสร้าง วัดไกรลาส อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
- เป็นประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์
- กรรมการพิจารณาปรับปรุงตลาดเฉลิมโลก
๔.งานเผยแผ่
- เป็นแม่กองงานพระธรรมทูต
๕.งานพัฒนาสังคม
- กรรมการจัดตั้งทุนสาธารณสุขสงเคราะห์ และศึกษาสงเคราะห์
ที่มาของข้อมูลเว็ปไซด์ http://www.kalyanamitra.org
http://www.kalyanamitra.org/daily/dhamma/index.php?option=com_content&task=view&id=4253&Itemid=99999999 |