
แจงกมธ. นัด20สค. ไปขอขมา มหาเถรฯ
"ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม" รุดแจงกมธ. ศาสนาฯ กรณี "อภิสิทธัตถะ"พร้อมพระเทพดิลก และตัวแทนมหาเถรสมาคม ระบุไม่ได้เจตนาลบหลู่พระศาสนา เพียงแต่ประมาทเลินเล่อ พูดเล่นคำมากเกินไป แต่หากทำให้หลายฝ่ายกังวลยินดีขอโทษ พร้อมเข้าขอขมามหาเถรฯ 20 ส.ค. นี้ ด้านพระเทพดิลกอ้าง การร้องเรียนครั้งนี้ไม่เกี่ยวการเมือง เพียงแต่ต้องการปกป้องพระศาสนา และเห็นว่านาย ไพบูลย์พูดไม่เหมาะสม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ส.ค. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒน ธรรม สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ประธานกมธ. ร่วมประชุมพิจารณาข้อร้องเรียนของ พระเทพดิลก (ระแบบ ฐิตญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาประจำประเทศไทย ที่ขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณากรณีที่นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษเทียบเคียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็น "อภิสิทธัตถะ" ซึ่งถือเป็นการก้าวล่วงพระพุทธเจ้า ซึ่งคณะกรรมาธิการได้เชิญนายไพบูลย์ พระเทพดิลก และตัวแทนจากมหาเถรสมาคมเข้ามาชี้แจง
พระเทพดิลกชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ว่า สิ่งที่นำมาร้องเรียนเหล่านี้ เพื่อที่จะพิทักษ์พระพุทธศาสนา ไม่ให้นำเอาศาสนาไปเทียบเคียงกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม โดยการร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง เพียงแต่สิ่งที่นายไพบูลย์พูดออกไปไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบชื่อนายอภิสิทธิ์ เป็นอภิสิทธัตถะ หรือการให้สัมภาษณ์ภายหลังว่านายอภิสิทธิ์ ก็มีทั้งคนรักคนชังเหมือนพระพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็น การเอามาเปรียบเทียบกันโดยไม่สมควร
จากนั้นนายไพบูลย์ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิ การว่า สิ่งที่พูดไปนั้น มีจุดมุ่งหมายที่จะให้นายกรัฐมนตรีมุ่งสร้างความปรองดองให้ลุล่วง แต่อาจจะด้วยความประมาท เลินเล่อ พยายามเล่นคำจึงใช้คำไม่เหมาะสม จึงขอโทษต่อที่ประชุม
"ผมไม่มีเจตนาจะลบหลู่พระพุทธศาสนา ยอมรับว่าคำพูดสร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย ซึ่งผมก็รับรู้ถึงความกังวลเหล่านี้ และยินดีที่จะขอโทษในสิ่งที่ได้กระทำลงไป โดยพระเทพดิลกได้ขอให้ไปขอขมากับมหาเถรสมาคม จึงนัดหมายเบื้องต้นว่า จะเดินทางไปขอขมาที่มหาเถรสมาคมในวันที่ 20 ส.ค.นี้" นายไพบูลย์กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีวิวาทะซึ่งกันและกัน เนื่องจากนายไพบูลย์เองก็เคยบวชที่วัดบวรนิเวศ และเป็นลูกศิษย์ของพระเทพดิลกด้วย ทั้งนี้ ในการขอขมาของนายไพบูลย์ในวันที่ 20 ส.ค. เสร็จสิ้นแล้ว จะมีการแถลงข่าวชี้แจงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งด้วย
นายไพบูลย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าชี้แจงว่า วันนี้คณะกรรมาธิการได้นิมนต์ท่านเจ้าคุณพระเทพดิลก พระอาจารย์ของตนสมัยบวช มาร่วมด้วย พระอาจารย์พูดก่อนจากนั้นตนได้ชี้แจงความเป็นมาว่า ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่นศาสนา ตนพูดกลางๆ ในฐานะวิทยากรที่ได้รับเชิญ ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด ตนเล่นคำไม่ระมัดระวังไปหน่อย ยอมรับว่าเรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรระมัดระวัง พระอาจารย์ให้สติตน ตนก็ขออภัยกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ประชุมฟังแล้วเข้าใจ พูดจากันด้วยดี ไม่มีปัญหาโต้แย้ง จากนี้คณะกรรมาธิการจะสรุปเรื่องเสนอไปยังมหาเถรสมาคมทราบด้วย ที่ประชุมแนะนำให้ตนไปขอขมาต่อมหาเถรสมาคม โดยตนจะไปปรึกษาสำนักงานพระ พุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อนำธูปเทียนแพไปขอขมาตามธรรมเนียมไทย ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 20 ส.ค.
ด้านพ.อ.ไชยนาจ ญาติฉิมพลี ในฐานะโฆษกคณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า นายไพบูลย์เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ โดยออกมาขอโทษและชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่พระพุทธเจ้า อีกทั้งจะเข้ากราบขอขมาต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคมถึงกรณีดังกล่าวด้วย ในการประชุมคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ สภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้นาย ไพบูลย์ยังได้หารือกับพระเทพดิลก ซึ่งพระเทพดิลกก็เข้าใจ ถือเป็นเรื่องของความพลาดพลั้งไป เมื่อยอมรับผิดทางองค์กรชาวพุทธก็พร้อมให้อภัย เพียงแต่ขออย่าให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก ทางกรรมาธิการก็ไม่ติดใจต่อประเด็นนี้ ถือว่าทุกอย่างยุติลงด้วยดี
อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวยังถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคนทั่วไปอีกด้วยว่า เรื่องของบุคคลที่ควรเคารพ โดยเฉพาะพระนามของพระพุทธองค์ ไม่ควรนำออกมาเปรียบเทียบกับบุคคลทั่วไป และการพูดกล่าวถึงพระพุทธองค์ ก็ควรกล่าวด้วยความยกย่องเทิดทูนเท่านั้น มิฉะนั้นจะเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงตามมาภายหลัง
หน้า 1
ที่มา : ข่าวสดรายวัน
วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553
http://www.khaosod.co.th/ |