
มส.สั่งห้ามตัดคำว่า วัดออกจากชื่อโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ธรณีสงฆ์ ขู่ผู้บริหารฝ่าฝืนลงโทษเฉียบให้ย้ายออกจากพื้นที่
วันนี้ ( 28 ก.พ.) ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.)ว่า ที่ประชุมมส.ได้มีมติเห็นชอบไม่ให้ตัดคำว่า วัด ที่นำหน้าชื่อโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดหรือที่ธรณีสงฆ์ หากวัดใดที่ดำเนินการตัดออกไปแล้ว ต้องนำคำว่า วัด มาใส่ในชื่อโรงเรียนเช่นเดิม ซึ่งเรื่องนี้ มส.ได้พิจารณาตามข้อเสนอของ คณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งยังได้แนบหนังสือของนายอดิศักดิ์ วรรณสิน นายกสมาคมพุทธศาสน์สัมพันธ์ ที่ได้ขอให้คณะอนุกรรมมาธิการฯพิจารณาตรวจสอบเรื่องการใช้คำว่า วัด รวมกับชื่อของโรงเรียน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศชาติ เพราะมีโรงเรียนวัดหลายแห่งได้ตัดชื่อวัดออกจากชื่อโรงเรียนไปแล้ว
นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า มส.และคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ในอดีตวัดเป็นศูนย์กลางของสังคมในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา การแพทย์ ซึ่งพระสงฆ์มีบทบาทในการบริหารจัดการการศึกษา การจัดตั้งโรงเรียนภายในวัดเป็นครูใหญ่ของโรงเรียน เช่น เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ กรุงเทพฯ เป็นครูใหญ่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เป็นต้น จะเห็นได้ว่า วัดกับโรงเรียนคู่กันในสังคมไทย พระสงฆ์เป็นผู้มีบทบาทในการจัดการศึกษา ซึ่งมีคุณูปการต่อประเทศและพัฒนาเยาวชนของชาติให้มีศักยภาพ ต่อมาได้มีนักการศึกษาหัวสมัยใหม่ ได้เข้ามามีบทบาทกำหนดแผนการศึกษาของชาติ ได้พยายามตัดรากเหง้าแห่งความมั่นคงของชาติ ด้วยการตัดคำว่า วัด ออกจารสารบบของการศึกษา เห็นว่า เป็นเรื่องล้าหลัง ไม่ทันสมัย
ผอ.พศ. กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา เห็นว่า การตัดชื่อวัด ออกจากชื่อโรงเรียนส่อให้เห็นว่า มีเป้าหมายในการลดบทบาทของวัดหรือพระสงฆ์ไทยให้หมดไป หรือหายไปจากสังคมไทย ประเด็นดังกล่าวนี้ถือว่า เป็นบ่อนทำลายสถาบันชาติ และสถาบันพระพุทธศาสนา ทางคณะอนุกรรมาธิการฯจึงได้มีการประชุมร่วมกันก่อนหน้านี้แล้ว โดยที่ประชุมของคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา จึงมีมติแจ้งให้มส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ นายสมเกียรติ ศรลัมน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ได้เสนอข้อควรปฏิบัติดังนี้
1.ขอให้เจ้าอาวาสซึ่งมีโรงเรียนตั้งอยู่ในวัด ให้ใช้ชื่อวัด เช่น โรงเรียนมัธยมวัดสระเกศ หรือ โรงเรียนมัธยมวัดดุสิดาราม
2.ขอให้เจ้าอาวาสกับดูแลเกียรติภูมิของวัดกับโรงเรียนอย่างมีศักดิ์ศรี และ
3.ให้พศ.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขระเบียบให้นำชื่อวัดมานำหน้าชื่อโรงเรียน
ตอนนี้ มส.ได้มีมติออกไปแล้ว ถือเป็นคำสั่งที่ผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จากนี้ไป วัด ที่มีโรงเรียน จะต้องแจ้งให้โรงเรียนทราบว่า ห้ามตัดคำว่าวัดออกจากชื่อของโรงเรียน หากโรงเรียนไหนตัดออกไปแล้ว ให้นำกลับมาใส่นำหน้าชื่อโรงเรียนเหมือนเดิม ซึ่งหากวัดใดไม่ดำเนินการ ถือว่า มีความไม่ปฏิบัติตามคำสั่งมส. เพราะโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ของวัดปัจจุบันจะต้องทำสัญญาเช่าตามระเบียบการเช่าพื้นที่ธรณีสงฆ์ โดยทางวัดสามารถกำหนดเงื่อนไขการทำสัญญาว่า โรงเรียนจะต้องห้ามตัดคำว่าวัดออกจากชื่อของโรงเรียน ซึ่งมีตัวอย่างกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้วของ โรงเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร ที่จะตัดคำว่า วัด ออก แต่วัดแจ้งว่า หากตัดคำว่าวัดออก ก็ต้องย้ายโรงเรียนออกไปจากพื้นที่ด้วย โรงเรียนจึงไม่ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม หากจะมีการตัดคำว่า วัด ออกจากชื่อโรงเรียนผมคิดว่า ก็ควรที่จะตัดคำว่า เซนต์ พระแม่ สุเหร่า ออกจากชื่อของโรงเรียนด้วย ส่วนจำนวนของโรงเรียนที่ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนไปแล้ว ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดคงจะต้องมีการสำรวจอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีโรงเรียนที่ตัดคำว่า วัด ออกจากชื่อโรงเรียนมีหลายแห่ง อาทิ โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ เปลี่ยนเป็น โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนวัดเทพลีลา เปลี่ยนเป็นโรงเรียนเทพลีลา เป็นต้น
ที่มา : นสพ.เดลินิวส์
วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 22:00 น
http://www.dailynews.co.th |
โรงเรียนวัดไม่ทันสมัย
โดย: -// () on 17-08-2011 03:11