 |
พุทธศาสนิกชนสงขลาร่วมทำบุญวันอาสาฬหบูชา สุรินทร์จัดพิธีตักบาตรบนหลังช้างอย่างยิ่งใหญ่ "ธีรภัทร์-อภิรักษ์"นำทำบุญที่ท้องสนามหลวงแนะชาวพุทธน้อมนำคำสอนพระพุทธเจ้า ยึดมัชฌิมาเป็นหลักดำเนินชีวิต |
เนื่องจากวันนี้(29ก.ค.) เป็นวันอาสาหบูชา ชาวพุทธหลายจังหวัดต่างทำบุญตักบาตรแก่พระสงฆ์ เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง พระครูเขมวงศานุการ ปสนจิตโต เจ้าอาวาสวัดนิโรธสังฆาราม (วัดหัวควน) อ.เมือง จ.ยะลา เปิดเผยว่า บรรยากาศการทำบุญเนื่องในวันอาสาฬหบูชาที่วัดนิโรธสังฆารามในปีนี้นั้น สำหรับตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านได้มีการจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร โดยมีเพียงพุทธศาสนิกชนที่ได้อพยพมาอาศัยวัดดังกล่าวตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาประมาณ 60 คน ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ยังได้มีการร่วมทำความสะอาดและพัฒนาบริเวณศาสนสถานดังกล่าวด้วย
สำหรับกิจกรรมในช่วงเย็นจะมีการแสดงพระธรรมเทศนา โดยเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 15.30 น. หลังจากนั้นมีการร่วมกันเวียนเทียน ทั้งนี้คาดว่าในช่วงดังกล่าวจะมีพุทธศาสนิกชนจากหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงเดินทางมาร่วมในพิธีอีกจำนวนหนึ่ง
"การร่วมกันประกอบศาสนกิจในครั้งนี้ นับว่ากลุ่มชาวไทยพุทธที่เดินทางมาร่วมทำบุญที่วัดนิโรธในครั้งนี้ต่างต้องดูแลรักษาความปลอดภัยด้วยตนเอง เนื่องจากขณะนี้กองกำลังซึ่งเคยตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ได้มีการถอนกำลังตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นช่วงที่มีการสับเปลี่ยนกำลัง อย่างไรก็ตามเพื่อขวัญและกำลังใจของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพระที่มาจากโครงการ "พระสงฆ์นำชัย คุ้มภัยใต้" ในช่วงที่มีการปฏิบัติธรรมตลอดช่วงเข้าพรรษา ส่วนนี้อย่างให้กองกำลังเร่งลงมาตั้งฐานปฏิบัติการเช่นเดิม เพราะลำพังเพียงการจัดเวรยามของกลุ่มชาวบ้านอพยพยไม่ได้สร้างความอบอุ่นเทียบเท่ากับการอารักขาจากเจ้าหน้าที่รัฐ" เจ้าอาวาสวัดนิโรธสังฆาราม กล่าว
สุรินทร์ตักบาตรบนหลังช้าง
เมื่อเวลา 07.00 น.ที่บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดสุรินทร์ นายชาญชัย สุนทรมัฎ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยนายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ บนหลังช้าง มีพระสงฆ์เข้าร่วมพิธีจำนวน 80 รูป และใช้ช้างเข้าร่วมพิธีจำนวน 40 เชือก เข้าร่วมพิธี
ทางจังหวัดได้จัดตั้งอัฒจรรย์ 2 ข้างหันหลังเข้าหากัน โดยเปิดช่องระหว่างกลางให้ช้างเดินเข้าไป และมีพระสงฆ์นั่งบนหลังช้างเชือกละ 2 รูป รับสิ่งของจากผู้คนที่มาร่วมทำบุญตักบาตร
สำหรับพิธีทำบุญตักบาตรบนหลังช้าง เป็นกิจกรรมหนึ่งในงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 80 ไอยราเทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน และวันอาฬสาหบูชา โดยกำหนดจัดขึ้นเป็นครั้งแรกใช้เวลารวม 2 วัน ระหว่างวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพิธีอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุ โดยใช้ช้างถึง 80 เชือก ประดับโคมไฟอย่างสวยงาม แห่ไปรอบๆตัวเมือง พร้อมกับขบวนเทียนพรรษาจากคุ้มวัดต่างๆ อย่างยิ่งใหญ่จำนวน 13 คุ้มวัดและในช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ค. นี้ ก็เป็นพิธีทำบุญตักบาตรบนหลังช้างถือได้ว่าเป็นแห่งเดียวของโลก
ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนพรรษา 80 พรรษาตลอดจนยังเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงาม และสืบทอดศาสนาพุทธ เนื่องในวันอาฬสาหบูชาและวันเข้าพรรษาด้วยซึ่งก็ได้รับความสนใจประชาชน และ นักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
นายพิพัฒน์ วงศาโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมข้าราชการและประชาชนจำนวนมาก ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ที่ศาลาพิบูลธรรม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมืองพิษณุโลก รวมทั้งถวายสังฆทานและเทียนพรรษา ในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษาด้วย
ที่วัดป่าเป้า ย่านถนนมณีนพรัตน์ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ประชาชนจำนวนมากพาครอบครัวและบุตรหลาน นำเครื่องสังฆทาน เทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน ถวายแด่พระสงฆ์ ซึ่งปีนี้มีประชาชนมาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องเบียดเสียด และต้องเข้าคิวแย่งกันทำบุญ จนสังฆทานที่ชาวบ้านนำมาทำบุญกองเป็นภูเขา ทำให้พระภิกษุและสามเณร ต้องเหนื่อยเป็นพิเศษในการขนย้าย
ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.ร้อยเอ็ด นายประวัติ ถีถะแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัด นำข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่า ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 80 รูป จากวัดบึงพระลานชัย (พระอารามหลวง) อ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา โดยมีพระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 ฝ่ายธรรมยุต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ แสดงสัมโมทนียกถาเรื่อง วันอาสาฬหบูชา ด้วย
ชาวสุราษฎร์ฯร่วมทำบุญแห่เทียน
ที่จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ค. ตามวัดต่างๆ บรรดาพุทธศาสนิกชนในพื้นที่และนักเรียนร่วมกันทำบุญตักบาตรและแสดงตนเป็นพุทธมามกะเพื่อแสดงความเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี แล้วยังจัดให้มีการนำดอกไม้ ธูปเทียนมาร่วมในการเวียนเทียนยังรอบพระอุโบสถภายในวัดเพื่อขอพรแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ทางผู้บริหารการศึกษาจัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนภายในสถานศึกษาเกือบทุกแห่งได้น้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เพื่อกระทำการบูชาปูชนียวัตถุ ด้วยเครื่องบูชามีดอกไม้ ธูปเทียน นอกจากนี้ยังมีการถวายเทียนพรรษาตามวัดที่ห่างไกลอีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับวันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่พุทธศาสนิกชน จะได้บำเพ็ญประโยชน์ตนและสืบต่อพระพุทธศาสนา ให้ดำรงคงอยู่อย่างถูกต้องตรงทางเพื่อประโยชน์สุขของตนและของผู้อื่นตลอดไป
ชาวกาฬสินธุ์ร่วมทำบุญตักบาตร
ช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ค.ที่วัดป่ามัชฌิมวาส บ้านดงเมือง หมู่ 10 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้มีพุทธศาสนิกชนชาวจ.กาฬสินธุ์ ทุกหมู่เหล่า จำนวนกว่า 1,500 คน ร่วมกันไปทำบุญตักบาตร ถวายผ้าอาบน้ำฝน พร้อมทั้งปัจจัยไทยทาน บำเพ็ญเพียรภาวนา และฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงพ่อเมือง พลวัฑโฒ เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมวาส เนื่องในวันอาสาฬหบูชารักษา โดยที่ในปีนี้ที่เป็นปีมหามงคลสมัย ในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชมมายุครบ 80 พรรษา พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน จึงต่างปวารณาตัว เพื่อลด ละ เลิก อบายมุขทั้งปวง ทั้งนี้เพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้สะอาด บริสุทธิ์ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงอีกด้วย
สำหรับวัดป่ามัชฌิมวาสแห่งนี้ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ที่นอกจากจะมีหลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ เป็นเจ้าอาวาสและมีศิษยานุศิษย์ให้ความนับถือศรัทธาแล้ว ยังมีหลวงปู่ผ้าขาว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์ประจำวัด ให้ประชาชนสักการะบูชา และนอกจากนี้ยังมีศพดองหรืออาจารย์ใหญ่ ซึ่งเป็นซากศพของมนุษย์ที่เก็บรักษาไว้ในโลงแก้ว ภายในศาลาอัศวินวิจิตร ให้ประชาชนเข้าศึกษาเกี่ยวกับความไม่เที่ยงแท้ของวัฏสงสารอีกด้วย
พุทธศาสนิกชนสงขลาร่วมทำบุญวันอาสาฬหบูชา
ขณะที่พุทธศาสนิกชน จ.สงขลา ได้นำอาหารหวานคาวข้าวสารอาหารแห้ง โดยนำครอบครัวออกมาทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ตามถนนหนทางที่พระสงฆ์ออกเดินบิณฑบาตตั้งแต่ย่ำรุ่ง
เวลา 07.00 น. ที่วัดเลียบ เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา พุทธศาสนิกชนได้นำอาหารหวานคาวข้าวสารอาหารแห้งมาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง 5 ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย
ธรรมเทศนาที่พระองค์ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ซึ่งมีอริยสัจ 4 หรือความจริงอันประเสริฐ 4 ประการได้แก่ ทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ สมุทัยเหตุให้เกิดทุกข์ นิโรธ ความดับทุกข์ มรรค ข้อปฎิบัติให้ถึงความดับทุกข์ และหลังจากแสดงพระธรรมเทศนาแล้ว โกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม เป็นคนแรก ได้กราบทูลขอบวชและพระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาต โดยทรงทำการอุปสมบทให้แบบ เอหิภิกขุอุปสัมปทา นับเป็น"ปฐมสาวก" ของพระพุทธเจ้า
ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นวันแรกที่มี พระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงเทศนาเป็นกัณฑ์แรก จึงเรียกเทศกัณฑ์นี้ว่า "ปฐมเทศนา" หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่านับเป็นวันแรก ที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา
จะเห็นได้ว่า ปรากฏการณ์สำคัญ ๆ ในวันนี้มีถึง 3 ประการ ด้วยกันคือ เป็นวันแรกที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาและประกาศพระพุทธศาสนาเป็นวันแรกที่พระพุทธองค์ทรงได้ปฐมสาวกและเป็นวันที่มีพระสงฆ์องค์แรกเกิดขึ้นในโลกและเป็นวันแรกที่บังเกิด เป็นพระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
วันอาสาฬหบูชาจึงเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกันน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อันเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาให้เข้าใจอย่างถูกต้องตรงทางแล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ
เพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นสำหรับพิธีกรรมที่กระทำในวันนี้ โดยทั่วไป คือ การทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนา (ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร) และสวดมนต์ โดยการไปชุมนุมตามพระอารามต่าง ๆ เพื่อกระทำการบูชาปูชนียวัตถุได้แก่พระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธปฏิมาที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อย่างใดอย่างหนึ่ง
"ธีรภัทร์-อภิรักษ์"นำทำบุญที่ท้องสนามหลวง
เมื่อช่วงเช้า (29 ก.ค.) ที่ผ่านมา บรรดาพุทธศาสนิกชนร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 108 รูป เนื่องในวันอาสาฬบูชา ที่บริเวณท้องสนามหลวง นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 108 รูป
ทั้งนี้ พุทธศาสนิกชนสามารถร่วมกิจกรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาที่ท้องสนามหลวงได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งมีนิทรรศการทางพุทธศาสนา การแสดงธรรมจักรจำลองให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิต และมีการจำลองสถูปที่พระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์แรก ให้ประชาชนร่วมเวียนเทียนโดยรอบ
แนะชาวพุทธยึดมัชฌิมาเป็นหลักดำเนินชีวิต
พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กล่าวว่า วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนา ธัมมจักกัปปวัตนสูตร เป็นครั้งแรก แก่เบญจวัคคีย์ทั้ง 5 ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีป สมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย โดยใจความสำคัญในการแสดงปฐมเทศนา ทรงแสดงหลักธรรมสำคัญ 2 ประการ คือ มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง ที่จะให้บรรลุถึงจุดหมาย และอริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ที่จะห่างไกลจากกิเลส และเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม โกณฑัญญะ ผู้เป็นหัวหน้าเบญจวัคคีย์ เกิดดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นโสดาบัน จึงทูลขอบรรพชา เป็นพระภิกษุสาวกรูปแรกในพระพุทธศาสนา มีชื่อว่า อัญญาโกณฑัญญะ
สำหรับพิธีทางศาสนาที่ปฏิบัติในวันอาสาฬหบูชานั้น ประกอบด้วยการทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน ฟังธรรมและสวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แต่สาระสำคัญของวันอาสาฬหบูชา คือการได้ทบทวนและสำรวจตนว่ายังดำเนินชีวิตอย่างลุ่มหลงมัวเมาหรือไม่
หลักคำสอนของพระพุทธเจ้านี้ ผู้มีศรัทธานั้นต้องมีปัญญา ศรัทธาที่ขาดปัญญาพระพุทธเจ้าตรัสเปรียบเหมือนกับกระบือหรือควายตาบอด เพราะโง่อยู่แล้วแถมยังตาบอดอีกด้วยก็เลยถูกจูงได้ง่าย แต่ถ้าหากมีปัญญาจะได้พิจารณาว่า ใครจะมาพูดมากล่าวมาอะไรก็จะได้ใช้ปัญญาพิจารณาว่ามีประโยชน์หรือไม่มี เป็นกุศลหรือไม่เป็นกุศล เป็นโทษหรือไม่ใช่โทษพิจารณาได้ก็จะเกิดความรู้เท่าทัน ก็จะไม่ถูกหลอกง่าย พระพรหมโมลี กล่าว
ทางด้านนายถกล อำมฤคโชค ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า ในวันสำคัญทางศาสนาจะเลือกปฏิบัติธรรมนุ่งขาวห่มขาว เพราะเชื่อว่าการได้อยู่ในชุดขาวเป็นกุศโลบาย ที่ทำให้มีความระมัดระวังในการปฏิบัติตน ได้ทบทวนสำรวจรู้ตัวเองและรู้ถึงคนอื่น
ปกติการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมข้างนอก บางครั้งอาจจะเผลอไม่ได้พิจารณาถึงตัวเอง ซึ่งความจริงทางศาสนาพุทธจะสอนให้ดูจากตัวเองออกไปข้างนอก แต่ส่วนใหญ่มักพลาดตรงที่ว่า มีอะไรผิดพลาดก็ไปโทษข้างนอกมากกว่าตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ต้องดูจากตัวเราออกไปข้างนอก นายถกล กล่าว
ข่าวจาก

หนังสือพิมพ์คม-ชัด-ลึก
29 กรกฎาคม 2550 15:25 น.
|