หน้าแรก arrow มุมความรู้ arrow บทความ arrow 'อานิสงส์บุญ' วันเข้าพรรษา

'อานิสงส์บุญ' วันเข้าพรรษา PDF พิมพ์ อีเมล์

   วันเข้าพรรษา เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 เรียกว่า ครบไตรมาส คือ 3 เดือนนี่เป็นการเข้า “พรรษาต้น” ส่วนการเข้า “พรรษาหลัง” เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

 พิธีกรรมของสงฆ์ก่อน จะถึงวันเข้าพรรษา พระท่านจะ ทำการซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมให้อยู่ในสภาพที่ดีที่       ใช้อยู่อาศัยได้ จัดการปัดกวาดหยากไย่ เช็ดถูให้สะอาด


 สาเหตุที่ต้องกระทำเสนา สนะให้มั่นคงและสะอาด ก็เพื่อจะได้ใช้บำเพ็ญสมณกิจในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวฝนจะรั่วรดอุโบสถ ไหว้พระสวดมนต์เสร็จแล้วจึงกระทำพิธีเข้าพรรษา โดยกล่าวอธิษฐานตั้งใจเพื่ออยู่จำพรรษาตลอดฤดูฝนในวันของท่านที่ตั้งใจจะอยู่


 พิธีกรรมของพุทธศาสนิกชน อันเนื่องในวันเข้าพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนมี  การกระทำบุญตักบาตรกัน 3 วัน คือวันขึ้น 14-15 ค่ำ และวัน แรม 1 ค่ำ เดือน 8 และขนมที่นิยมทำกันในวันเข้าพรรษา ได้แก่ ขนมเทียน ท่านสาธุชนที่มีความเคารพนับถือพระภิกษุวัดใดก็จัดเครื่องสักการะ เช่น น้ำตาล    น้ำอ้อย สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน      พุ่มเทียน เป็นต้น นำไปถวาย พระภิกษุวัดนั้น


 ยังมีสิ่งสักการบูชาที่ พุทธศาสนิกชนนิยมกระทำกันเป็นงานบุญน่าสนุกสนานอีกอย่างหนึ่งคือ “เทียนเข้าพรรษา” บางแห่งจะมีการบอกบุญเพื่อร่วม หล่อเทียนแท่งใหญ่ แล้วแห่ไป ตั้งในพระอุโบสถเพื่อจุดบูชาพระ รัตนตรัยตลอด 3 เดือน การแห่เทียนจำนำพรรษาหรือเทียนเข้าพรรษาจัดเป็นงานเอิกเกริก มีฆ้องกลองประโคมอย่างสนุกสนาน และเทียนนั้นมีการหล่อหรือแกะเป็นลวดลายและประดับตกแต่งกันอย่างงดงาม


 ประเพณีแห่เทียนพรรษายิ่งใหญ่สุดอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี นอกจากจะเป็นงานที่บ่งบอกถึงความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาของชาวอุบลฯ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นรากในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของภาคอีสาน แล้ว ยังเป็นงานที่แสดงออกถึงความรุ่งเรืองในด้านศิลปกรรมของสกุลช่างศิลป์เมืองอุบลฯ ที่มีการสั่งสมและสืบสานอย่างไม่ขาดสายอีกด้วย


 ช่างศิลป์เมืองอุบลฯ ที่มีมากมายหลายแขนง จะใช้โอกาสในงานบุญอันยิ่งใหญ่นี้ทดสอบ  ทดลอง และประลองฝีมือเชิง ช่างผ่านต้นเทียนพรรษาอันวิจิตรงดงาม เพื่อเป็นพุทธบูชา


 ขบวนแห่เทียนพรรษา จะจัดขึ้นในวันเข้าพรรษา หลังจากจัดแสดงศิลปะการตกแต่ง  ต้นเทียนรอบทุ่งศรีเมืองมาหลายวันก่อนหน้านั้นแล้ว ขบวนจะเคลื่อนไปตามถนนที่ผ่านหน้าศาลากลางจังหวัดคือถนนอุปราช และถนนชยางกูร เป็นระยะทางราว 2-3 กม.หลังจากนั้นจึงสลายขบวน
 รูปแบบของการจัดขบวนประกอบด้วย ขบวนเทียนหลวงพระราชทาน ขบวนต้นเทียนของคุ้มวัดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละขบวนจะประกอบไปด้วยการแสดง การ ละเล่น การฟ้อนรำ การบรรเลงดนตรี ในรูปแบบของศิลปวัฒน ธรรมพื้นเมือง


 ประเพณีในเทศกาล  เข้าพรรษาที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งอยู่   ที่ จ.สระบุรี ที่นี่มี ประเพณี   ตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีสำคัญที่อยู่คู่กับวัด พระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร มาช้านาน พี่น้องประชาชนชาวพระพุทธบาทและใกล้เคียง จะถือเอาวันเข้า พรรษาของทุกปี (ตรงกับแรม   1 ค่ำ เดือน 8) เป็นวันตักบาตรดอกไม้


 จำนวนวันตักบาตรดอก ไม้ จากเดิมมีเพียง 1 วัน ปัจจุบันได้เพิ่มเป็น 3 วัน จัดก่อนวัน เข้าพรรษา จัดวันละ 2 รอบ คือ รอบเช้าเวลา 10.00 น. รอบบ่าย เวลา 15.00 น.


 ดอกไม้สำคัญที่ใช้ในเทศกาลนี้คือ “ดอกเข้าพรรษา”  เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ต้นคล้าย ๆ ต้นกระชาย หรือขมิ้น สูงประมาณ 1 คืบเศษ มีดอกสีเหลือง สีขาวและสีน้ำเงินม่วง ต้นดอกเข้าพรรษานี้มักขึ้นตามไหล่เขา  โพธิ์ลังกา หรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุ ใกล้ ๆ กับรอยพระพุทธบาท และจะ ผลิดอกเฉพาะช่วงเข้าพรรษา เท่านั้น จนชาวบ้านเรียกชื่อให้เป็นที่เหมาะสมว่า “ต้นเข้าพรรษา”


 ดอกเข้าพรรษาที่ชาวพุทธออกไปเก็บนั้น ดอกสีเหลืองและดอกสีขาว ดูจะหาง่ายไม่ลำบากยากเย็นนัก แต่การเก็บดอกเข้าพรรษา สีน้ำเงินม่วง เชื่อกันว่าถ้าใครออกไปเก็บดอกเข้าพรรษาสีน้ำเงินม่วงมาใส่บาตรได้ คนคนนั้นจะได้รับบุญกุศลมากมายกว่าการนำดอกไม้สีอื่น ๆ มาใส่บาตร


 หลังจากที่พระภิกษุสงฆ์เดินรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนแล้ว จะนำดอกไม้ไปสักการะ “รอยพระพุทธบาท” พระเจดีย์จุฬามณี อันเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วจำลองขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนำไปสักการะพระเจดีย์มหาธาตุองค์ใหญ่ ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเจดีย์องค์นี้ รูปทรงเหมือนกับองค์พระธาตุพนม เป็นการคารวะต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า


 ระหว่างที่พระภิกษุเดินลงจากพระมณฑปนั้น พุทธศาสนิกชนก็จะนำเอาน้ำสะอาดมาล้างเท้าพระภิกษุสงฆ์ ซึ่ง ถือว่าน้ำที่ได้ชำระล้างเท้าให้ พระภิกษุสงฆ์นั้นเสมือนหนึ่ง ได้ชำระล้างบาปของตนด้วย


 อานิสงส์ของแต่ละท้องถิ่นมีประเพณีแตกต่างกันไป แต่สำหรับพุทธศาสนิกชนโดย ทั่วไป เทศกาลเข้าพรรษานี้ ถือ  กันว่าเป็นเทศกาลพิเศษ พุทธศาสนิกชนขะมักเขม้นในการบุญการกุศลยิ่งกว่าวันธรรมดา บางคนตั้งใจรักษาอุโบสถตลอด 3 เดือน บางคนตั้งใจฟังเทศน์ทุกวันพระตลอดพรรษา มีผู้ตั้งใจ ทำความดีต่าง ๆ พิเศษขึ้น ทั้ง มีผู้งดเว้นการกระทำบาปกรรมในเทศกาลเข้าพรรษา


 ขณะที่บางคนอาศัยสาเหตุแห่งเทศกาลเข้าพรรษา ตั้งสัตย์ปฏิญาณเลิกอบายมุขและความชั่วช้าสามานย์ต่าง ๆ โดยตลอดไป จึงนับเป็นบุคคลที่ควรได้รับการยกย่องสรรเสริญและได้รับสิ่งอันเป็นมงคลยิ่ง.

 

ทีมวาไรตี้
ข่าวจาก :

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
30 ก.ค. 2550


   

ความคิดเห็นผู้อ่าน  RSS feed comment
 

ความนิยม

 


บันทึกความเห็นของท่าน
ชื่อ
อีเมล์
หัวข้อ  
 
ความเห็น
  บันทึกตัวอักษรทั้งหมดไม่เกิน:  
   Notify me of follow-up comments
   
   

No comment posted



mXcomment  © 2007-2009 - visualclinic.fr
License Creative Commons - Some rights reserved
 
ข่าวพระพุทธศาสนา
ศิลปากรเดินหน้าแสดงภาพ “...
จากการที่มีการร้องเรียนร้องเรียนจากองค์กรหน่วย...
อ่านต่อ  ]
สำนักงานพุทธฯ เตรียมตั้ง...
เมื่อวานนี้ (๒๐ มิ.ย.) ทางรายการธรรมะออนไลน์ ทางสถานีวิทยุเค...
อ่านต่อ  ]
ข่าวประชาสัมพันธ์
สมาชิกศูนย์พิทักษ์พระพุทธ...
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๕ ...
อ่านต่อ  ]
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราช...
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงพระกรุณา ฯ ให้กำหนดการพระร...
อ่านต่อ  ]
บทความ
“คัมภีร์มรณะ” กองทัพ...
“คัมภีร์มรณะ” กองทัพธรรม    &nbs...
อ่านต่อ  ]
 
 
 
Design & Maintanance by Tarapong. Mobile : 086 628 4201