|

|
คอลัมน์ มงคลข่าวสด
"พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา"
|
เกือบชั่วชีวิตที่ครองตนอยู่ในสมณเพศ "พระมหาต่วน สิริธมฺโม" ทุ่มกายเทใจให้การศึกษาสงฆ์ไทยและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ด้วยความเป็นพระนักวิชาการ นักจัดรายการวิทยุ นักเผยแผ่ธรรมะ พิธีกร นักพูด นักเทศน์ที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งของคณะสงฆ์ ทำให้พุทธศาสนิกชน ได้มีที่พึ่งทางจิตใจให้สงบร่มเย็นเป็นสุขด้วยหลักธรรมที่น้อมนำไปปฏิบัติ
ณ บัดนี้ วงการศึกษาสงฆ์ไทยได้สูญเสียบุคลากรอันทรงคุณค่าไปอย่างไม่หวนกลับ
นั่นคือ "พระมหาต่วน สิริธมฺโม" อดีตรองอธิการบดี ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อัตโนประวัติ เกิดในสกุล พิมพ์อักษร เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2486 ณ บ้านชำนิ ต.ชำนิ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายชม และ นางเภา พิมพ์อักษร
ในช่วงวัยเยาว์ มีนิสัยร่าเริง มีความโอบอ้อมอารีเผื่อแผ่กับเพื่อนฝูง และมีจิตใจศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาตั้งแต่ยังเด็ก
อายุได้ 13 ปี ได้เข้าพิธีบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านเกิด เพื่อเรียนหนังสือ ตามวิถีของเด็กบ้านนอกที่พ่อแม่ไม่มีปัญญาส่งให้เรียนต่อ
ครั้นอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ จึงเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2508 ที่วัดทองพุ่มพวง จ.สระบุรี โดยมีพระครูศีลโสภิต เป็นพระอุปัชฌาย์
ได้รับฉายา สิริธมฺโม มีความหมายว่า ผู้มีธรรมอันเป็นมงคล
พ.ศ. 2510 ท่านได้ย้ายเข้ามาอยู่จำพรรษาที่วัดสุทธาราม กรุงเทพฯ เพื่อเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรม
ด้วยความเป็นพระเถระที่มุ่งมั่นในการศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสำเร็จการศึกษามากมาย อาทิ สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค, พุทธศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, M.A. (ปรัชญา), M.A. (สันสกฤต), Ph.D. (ปรัชญา) จาก Banaras Hindu University, Varauasi ประเทศอินเดีย
สำเร็จหลักสูตรอบรมผู้บริหารการศึกษาระดับสูงเพื่อความเป็นเลิศ จากมหาวิทยาลัยสงฆ์, อบรมนักเผยแผ่ธรรมทางวิทยุกระจายเสียง กรมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
ได้รับความไว้วางใจจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักธรรมวิจัย, คณบดีคณะพุทธศาสตร์, รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย, รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
รวมทั้ง เป็นผู้แทนมหาเถรสมาคม ประสานความขัดแย้ง ณ ประเทศอินโดนีเซีย
ด้านประสบการณ์ เคยศึกษาและค้นคว้าพุทธสถานที่ประเทศอินเดีย 11 ปี, เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยไปเข้าประชุมเพื่อรอมชอมประสานความขัดแย้งเขมรหลายฝ่าย ที่ Berkley University ประเทศสหรัฐอเมริกา, ได้รับอาราธนาไปบรรยายธรรมที่ยุโรป อาทิ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยียม เป็นต้น
ท่านยังมีผลงานวิทยานิพนธ์ที่โดดเด่น คือ BUDDHIST CONCEPT OF KARUNA AND WORLD PEACE
วิชาที่เชี่ยวชาญ พุทธศาสนากับการประชาสัมพันธ์, ภาษาต่างประเทศ อังกฤษ ฝรั่งเศส เขมร ฮินดี เยอรมัน, การเผยแผ่ธรรมทางวิทยุโทรทัศน์
พระมหาต่วน แม้จะเป็นพระที่มีความรู้ความสามารถสูง แต่มีอุปนิสัยที่ร่ำรวยอารมณ์ขัน มีสุ้มเสียงทำนองการพูดคุยช้าๆ เนิบๆ แต่จะสอดแทรกธรรมะง่ายๆ ให้ผู้ฟังเทศน์ได้สนุกสนานเฮฮาเป็นระยะๆ ควบคู่ไปด้วยกัน เพื่อมิให้คนฟังเบื่อหน่ายจนเกินไป
นอกจากผลงานในด้านการศึกษาสงฆ์ พระมหาต่วน ยังได้สร้างคุณูปการต่อคณะสงฆ์ สังคมและชาติบ้านเมืองมากมาย เป็นพระนักเคลื่อนไหวต่อสู้กับความอยุติธรรมที่เข้ามากล้ำกรายพระพุทธศาสนา อาทิ กรณีการออกร่าง พ.ร.บ.จัดรูปที่ดิน (ที่วัด) หรือกรณีห้ามมิให้พระสงฆ์เทศนาเกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง
ท่านจึงเปรียบประดุจดั่งกันชนเหล็กของคณะสงฆ์เลยทีเดียว
พระมหาต่วน ได้รับพระราชทานรางวัลเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาประจำปี 2544 ประเภทสื่อมวลชนส่งเสริมพระพุทธศาสนา
ในปัจจุบัน พระมหาต่วน ดำรงตำแหน่งนักวิชาการมากมาย อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ และอาจารย์ประจำคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ประธานโครงการศิลปินรวมใจเพื่อพระพุทธศาสนา, วิทยากรสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ ทุกวันเสาร์, วิทยากรอบรมพระธรรมกถึกแห่งประเทศไทย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นต้น
นอกจากนี้ พระมหาต่วน ยังเป็นพระนักจัดรายการวิทยุเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา อาทิ ดำเนินรายการวิทยุ รายการเวทีธรรมสำนึกไทย สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย เอเอ็ม 819 ทุกวันเสาร์, เป็นอนุกรรมการทำแผนแม่บท การจัดสรรวิทยุชุมชนวุฒิสภา, เป็นประธานที่ปรึกษาชมรมศิลปินเพื่อพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย, ดำเนินรายการธรรมภาษาอังกฤษ ทาง ABTV, ดำเนินรายการธรรมภาษาอังกฤษ ทาง TTV 3, ดำเนินรายการ "ฟังพระบ้าง" ทาง TTV 3 และบรรยายธรรมะ ทาง TV D-Chanel ทุกวันพฤหัสบดี
แม้ในอีกด้านหนึ่ง พระมหาต่วนจะเป็นพระนักเคลื่อนไหว แต่ท่านยังคงยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนตามแนวทางพระพุทธศาสนาและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ทุกคน จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแห่งสาธุชนยิ่งนัก
แต่สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ เมื่อเร็วๆ นี้ พระมหาต่วนได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2550 และได้อาพาธ เข้ารับการรักษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเดินทางกลับมารักษาตัวต่อที่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลสงฆ์และย้ายไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
กระทั่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2550 เวลา 15.00 น. พระมหาต่วน ได้มรณภาพลงด้วยอาการอันสงบจากโรคไตวาย เบาหวานและน้ำท่วมปอด สิริอายุ 64 พรรษา 44 สร้างความเศร้าสลดแก่คณะศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2550 สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ณ วัดเทพนารี กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ญาติและศิษยานุศิษย์ กำหนดตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดเทพนารี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 68 เขตบางพลัด กรุงเทพฯ จนถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2550 และเก็บศพไว้ 100 วัน
เพื่อขอพระราชทานเพลิงศพในวาระต่อไป
ข่าวจาก : 
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 |